5 Warning Signs Your Office Needs IT Outsource Support

5 สัญญาณเตือน ถึงเวลาที่ออฟฟิศคุณต้องใช้ IT Outsource ดูแลระบบ

ยุคนี้ระบบ IT ร่วงแค่นาทีเดียว งานก็ชะงัก แถมอาจเสียโอกาสทางธุรกิจไปเต็ม ๆ ถ้าออฟฟิศของคุณเริ่มมี 5 สัญญาณเตือนต่อไปนี้ อาจถึงเวลาที่ควรดึงทีม IT Outsource เข้ามาช่วยดูแลระบบอย่างจริงจัง

IT Outsource ไม่ได้มีหน้าที่แค่แก้คอมเสีย แต่สามารถช่วยดูแลตั้งแต่ Desktop Support, Server, Network, Call Center, Security Awareness, Preventive Maintenance ไปจนถึงการวางแผนระบบ IT ระยะยาวให้เหมาะกับเป้าหมายของบริษัท

5 สัญญาณเตือนว่า IT ในออฟฟิศเริ่มมีปัญหา

  1. พนักงานเสียเวลาแก้ปัญหา IT เองจนไม่ได้ทำงานหลัก
    เปิดเครื่องไม่ติด ปริ้นเตอร์ไม่ออก อีเมลมีปัญหา WiFi/VPN ใช้งานไม่ได้ หรือต้องนั่งลงโปรแกรมเอง ปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้กินเวลาทำงานมากกว่าที่คิด
    ทางแก้: ใช้บริการ Desktop Support เข้ามาช่วยดูแล OS, Office, อีเมล, WiFi/VPN ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ เลือกได้ทั้งจ่ายรายครั้งแบบ On-Demand, เหมาดูแลรายปีแบบ Annual Care หรือส่งคนมาสแตนด์บายดูแลประจำเดือน
  2. ไม่มีช่าง IT เฉพาะทาง และไม่มีคนคอยเฝ้าระวังอุปกรณ์
    พอเจอเคสยาก ๆ อย่าง Server หรือ Network ร่วง คนในออฟฟิศอาจไม่มีความเชี่ยวชาญพอในการวิเคราะห์และกู้ระบบให้กลับมาเร็ว
    ทางแก้: ใช้ On-site IT Engineer จัดส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าประจำออฟฟิศ คอยประสานงาน Multi-vendor ตรวจเช็กความสมบูรณ์ของระบบ และทำ Preventive Maintenance ให้อุปกรณ์พร้อมใช้งานตลอดเวลา
  3. แจ้งเรื่องไปแล้วเงียบกริบ ตามงานไม่ได้เลย
    ถ้าไม่มีช่องทางแจ้งปัญหาที่เป็นระบบ เคสอาจตกหล่น ไม่มีใครอัปเดตสถานะ และพนักงานไม่รู้ว่าปัญหาจะถูกแก้เมื่อไหร่
    ทางแก้: ใช้บริการ Call Center Handling มีศูนย์รับเรื่อง 24 ชม. มีระบบ Ticket คอยบันทึกและอัปเดตสถานะปัญหาชัดเจน พร้อมส่งช่างเข้า On-site ตามเวลา SLA ที่ตกลงไว้
  4. พนักงานเสี่ยงโดนหลอกให้คลิกลิงก์ Phishing
    จุดอ่อนที่สุดของระบบไซเบอร์คือคน การกดลิงก์แปลกปลอมในอีเมลเพียงครั้งเดียว อาจทำให้บริษัทโดน Ransomware หรือข้อมูลรั่วไหลได้
    ทางแก้: ใช้ Phishing & Security Awareness ด้วย KnowBe4 เพื่อซ้อมส่งอีเมลทดสอบพนักงาน พร้อม E-learning สั้น ๆ ให้พนักงานรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และช่วยสนับสนุนมาตรฐาน PDPA และ ISO ขององค์กร
  5. ระบบ IT เก่าเกินไป ไม่รองรับการเติบโตของบริษัท
    อยากขยายทีม เพิ่มระบบ หรือปรับปรุง Infrastructure แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน และจะซื้ออุปกรณ์อย่างไรให้คุ้มงบ
    ทางแก้: ใช้ IT Consultation ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสุขภาพระบบแบบ Infra Health Check พร้อมให้คำปรึกษาทางไกล เพื่อวาง Roadmap ระบบ IT ให้เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณของบริษัท

เปรียบเทียบชัด ๆ ระหว่าง IT In-House vs IT Outsource

มุมมองการจัดการIT In-HouseIT Outsource
โครงสร้างงบประมาณจ่ายเงินเดือน สวัสดิการ และโบนัสคงที่ทุกเดือน ไม่ว่าจะมีเคสน้อยหรือมากจ่ายตามแพ็กเกจการใช้งานจริง เช่น รายครั้ง รายปี หรือจัดส่งคนประจำ
ความครอบคลุมของทักษะรู้ลึกในระบบเดิมของบริษัท แต่อาจต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเมื่อเจอเทคโนโลยีใหม่มีทีมงานหลายสาย เช่น Network, Server, Security และ User Support ให้ดึงมาช่วยตามเคส
ความต่อเนื่องของงานหากพนักงานลาป่วย ลากิจ หรือลาออก งานส่วนนั้นอาจชะงักชั่วคราวมีทีมงานสำรองสับเปลี่ยนเข้าดูแลแทน ตามข้อตกลงระดับการบริการ หรือ SLA
ช่องทางแจ้งเรื่องส่วนใหญ่แจ้งตรงผ่านพนักงาน ทัก Line โทรหา หรือเดินไปบอกที่โต๊ะแจ้งผ่าน Call Center มีระบบบันทึกเคส และอัปเดตสถานะปัญหาอย่างเป็นระบบ
การฝึกอบรมไซเบอร์ต้องจัดหาคอร์สหรือวิทยากรภายนอกเข้ามาอบรมเป็นครั้งคราวมีระบบจำลอง Phishing และ E-learning พร้อมใช้งาน
การดูแลระบบเชิงป้องกันเน้นแก้ปัญหาหน้างานเป็นหลัก หากงานยุ่งอาจไม่มีเวลาทำ Preventive Checkมีรอบเข้าตรวจเช็กสภาพเครื่องและระบบ หรือ Preventive Maintenance ตามรอบ
รูปแบบการเข้าหน้างานประจำที่ออฟฟิศ แก้ปัญหาได้ทันทีที่โต๊ะมีทั้งส่งช่างเข้าตามเคสแบบ On-Demand, แบบ NBD หรือจัดส่งคนประจำออฟฟิศ

เลือกแบบไหนให้เหมาะกับออฟฟิศคุณ?

เลือก IT In-House หาก องค์กรมีระบบเฉพาะตัวซับซ้อนมาก ต้องการคนคอย Standby ตลอดเวลา และมีงบประมาณเพียงพอสำหรับเงินเดือน สวัสดิการ การอบรม และการรักษาพนักงานระยะยาว

เลือก IT Outsource หาก ต้องการคุมงบประมาณอย่างยืดหยุ่น อยากได้ทีมงานหลายสายมาช่วยดูแล และไม่อยากแบกรับความเสี่ยงเวลาพนักงาน IT ลาออก ลาป่วย หรือไม่พร้อมปฏิบัติงาน

คำถามที่พบบ่อย

Q: รูปแบบการให้บริการ IT Outsource มีแบบไหนบ้าง?
A: มีหลากหลายตามความต้องการ เช่น ส่งช่างเข้าหน้างานตามเคสแบบ On-Demand, เหมาดูแลรายปีแบบ Annual Care หรือจัดส่งวิศวกรประจำออฟฟิศแบบ Dedicated Engineer

What to read next